http://tukaping.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 บทความ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ21/03/2010
อัพเดท27/03/2025
ผู้เข้าชม778,914
เปิดเพจ1,351,829

ประชาสัมพันธ์

การศึกษา ความรู้ทั่วไป

การท่องเที่ยว

กีฬา

การแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนยางหล่อวิทยาคารต้านยาเสพติด

iGetWeb.com
AdsOne.com

ประวัติความเป็นมาของกระบี่กระบอง

ประวัติความเป็นมาของกระบี่กระบอง

เริ่มต้นกำเนิดกระบี่กระบองที่แท้จริงนั้นไม่ทราบแน่ชัด ว่าเริ่มต้น กันตั้งแต่ครั้งไหนและใครเป็นผู้คิดค้นขึ้น เพราะไม่สามารถค้นคว้าจากแหล่ง
ใดได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะท่านครูบาอาจารย์รุ่นเก่า ๆ ที่ได้เล่าเรียนและได้เคยสอนแต่ในทางปฏิบัติอย่างเดียวมิได้ห่วงใยที่จะสั่งสอน ในทางทฤษฎีเลย
ฉะนั้นศิษย์จึงขาดความรู้ในด้านนี้เสียสิ้น แต่ด้วยเหตุที่ไทย เราเป็นนักรบแต่โบราณกาล กระบี่กระบองซึ่งเป็นเกมของนักรบก็น่าจะได้ริเริ่มกัน เป็นเวลานาน
แล้วด้วยเหมือนกัน  ท่านอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่ได้เล่าเรียนวิชานี้มาตั้งแต่ยัง เป็นเด็กและเป็นผู้ที่รักใคร่ในศิลปะวิชานี้อยู่เสมอในโอกาสที่ท่านได้เป็นอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านก็ได้ทดลองสอนนักเรียนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2478 ต่อมาจึงได้กำหนดวิชา กระบี่กระบองไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษา เมื่อปีพ.ศ.2479 นับแต่นั้นมา ได้มีผู้เล่าเรียนและสำเร็จมากขึ้นตามลำดับ  บรรดาผู้ที่เล่าเรียนสำเร็จออกไปรับราชการเป็นครูสอนวิชาพลศึกษา ได้พยายามสอนวิชากระบี่กระบองไปเผยแพร่และเป็นที่สนใจของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้บรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทั่วไป จึงนับได้ว่า ศิลปะชิ้นนี้นอกจากจะไม่สูญหายไปจากโลกแล้วคงจะเจริญก้าวหน้าหรือแสดงถึง
ความเป็นเจ้าของในวิชาการแขนงนี้ได้ในอนาคต

สำหรับเครื่องกระบี่กระบองนั้นมี กระบี่ ดาบ ง้าว พลอง ดั้ง เขน โล่ และไม้สั้น ซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง ๆ ก็มี กระบี่ ดาบ ง้าวและพลองเท่านั้น 

เครื่องอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ นักกระบี่กระบองมักจะเรียกว่า "เครื่องไม้" แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. เครื่องไม้รำ
2. เครื่องไม้ตี

เครื่องไม้รำ ได้แก่ เครื่องกระบี่กระบองซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง แต่ไม่ค่อยจะเหมือนทีเดียว เพราะมุ่งไปในแง่ความสวยงามมากกว่าอย่างอื่น เมื่อเครื่องไม้นี้ประสงค์
จะเอาสวยงามเป็นใหญ่แล้วอาจจะแบบบางไม่แข็งแรง ผู้แสดงจึงต้องรำด้วยความระมัดระวังที่สุด ไม่ยอมให้กระทบกระแทกกับวัตถุอื่นใด ได้เลยเป็นอันขาดถ้าไม่
สามารถสร้างเครื่องไม้รำสำหรับอาวุธบางชนิดขึ้นได้แล้วตามปกติ เขามักจะนำอาวุธอันแท้จริงมารำแทน ซึ่งก็นับว่างดงามและเหมาะสมดีไม่น้อย

เครื่องไม้ตี ได้แก่ เครื่องกระบี่กระบองซึ่งจำลองมาจากอาวุธจริง เป็นเพียงดูพอรู้ว่าเป็นอะไรเท่านั้น จุดมุ่งหมายของการสร้าง คือ ต้องการให้เบา เหนียว และแข็งแรง
ไม่หักงอง่าย เพื่อจะได้ใช้ตีกันอย่างทนทาน ไม่สิ้นเปลืองและไม่เกิดอันตราย

ส่วนประกอบของกระบี่
ตัวกระบี่มักทำด้วยหวายเทศ เพราะมีน้ำหนักเบาและเหนียว หากหาไม่ได้มักจะใช้หวายโปร่งแทน ยาวประมาณ 1 เมตร โกร่งกระบี่มักทำด้วยหนังสัตว์มีไว้ป้องกันมือที่จับ

ประโยชน์ของการเล่นกระบี่กระบอง 1. สามารถใช้ในการป้องกันตัวได้เมื่อยามคับขัน
2. เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและคุณลักษณะทางด้านจิตใจ
1.1 มีความแข็งแรง มีความทนทาน มีความคล่องแคล่วว่องไว
1.2 ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี
1.3 มีจิตใจกล้าหาญ อดทน หนักแน่น
1.4 มีอารมณ์สุขุมเยือกเย็น และเชื่อมั่นในตนเอง
1.5 มีการตัดสินใจที่ดี
3. เป็นการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
4. เป็นการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในศิลปะประจำชาติ

เครื่องดนตรีประกอบการเล่นกระบี่กระบอง


o ปี่ชวา

o กลองแขกตัวผู้ (เสียงสูง)

o กลองแขกตัวเมีย (เสียงต่ำ)

o ฉิ่งจับจังหวะ

ชื่อไม้รำ 12 ไม้รำ

ไม้รำที่ 1 ลอยชาย                  ลักษณะการเดิน  เดินแบบสลับฟันปลา
ไม้รำที่ 2 ควงทัดหู                  ลักษณะการเดิน  เดินแบบสลับฟันปลา
ไม้รำที่ 3 เหน็บข้าง                 ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง
ไม้รำที่ 4 ตั้งศอก                    ลักษณะการเดิน  เดินแบบสลับฟันปลา
ไม้รำที่ 5 จ้วงหน้าจ้วงหลัง        ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง
ไม้รำที่ 6 ปกหน้าปกหลัง          ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง
ไม้รำที่ 7 ท่ายักษ์                   ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง 
ไม้รำที่ 8 สอยดาว                   ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง
ไม้รำที่ 9 ควงแตะ                   ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง
ไม้รำที่ 10 หนุมานแหวกฟองน้ำ   ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง
ไม้รำที่ 11 ลดล่อ                    ลักษณะการเดิน  เดินแบบเดินตรง   
ไม้รำที่ 12 เชิญเทียน               ลักษณะการเดิน  เดินแบบสลับฟันปลา

ขอบคุณแหล่งที่มาบทความ  

http://www.wt.ac.th/~phonthong/kabee03.html



แบบทดสอบประวัติวิชากระบี่กระบอง

1. การเล่นกระบี่กระบองช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายด้านใดมากที่สุด

ก.       ความแข็งแรง

ข.       ความเร็ว

ค.       กำลัง

ง.        ความแคล่วคล่องว่องไว

2. กระบี่เป็นอาวุธที่สำคัญของการใดของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ

ก.         ทหาร

ข.         ตำรวจ

ค.         นักกีฬา

ง.          นักล่าสัตว์

3. กระบี่กระบองเป็นที่นิยมแพร่หลายของประชาชนในรัชกาลใดมากที่สุด

ก.       รัชกาลที่ 2

ข.       รัชกาลที่ 5

ค.       รัชกาลที่ 4

ง.        รัชกาลที่ 3

4. การเล่นกระบี่จะช่วยฝึกน้ำใจได้ดีเลิศอย่างไร

ก.       ทำให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

ข.       ทำให้มีความกล้าหาญ

ค.       ทำให้มีความอดทน

ง.        ทำให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง

5. วิชากระบี่กระบองได้รับการบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนในระดับใดเป็นครั้งแรก

ก.       มัธยมศึกษาปีที่ 2

ข.       อาชีวศึกษา

ค.       ระดับประถมศึกษา

ง.        ประโยคครูผู้สอนพลศึกษา

 6. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมกระบี่ในสมัยโบราณ

ก.       ทำการรบได้ทุกโอกาส

ข.       มีน้ำใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว

ค.       ป้องกันอันตราย

ง.        บำรุงร่างกายให้แข็งแกร่ง

7. การเล่นกระบี่กระบองแบบจำลองในสมัยโบราณมีวัตถุประสงค์อย่างไร

ก.       เพื่อหาผู้ที่มีความสามารถ

ข.       เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ค.       เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

ง.        เพื่อฝึกซ้อมและเตรียมตัวในยามสงบ

8. การเล่นกระบี่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร

ก.       ช่วยสืบทอดมรดกอันสำคัญประจำชาติ

ข.       ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

ค.       ช่วยอนุรักษ์ศิลปะประจำชาติ

ง.        ช่วยรักษาวัฒนธรรมอันดี

9. การเรียนกระบี่สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ก.       ทำให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

ข.       ทำให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง

ค.       การต่อสู้ในสงคราม

ง.        ทำให้สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี

10. รัชกาลที่ 4 ได้โปรดให้มีการเล่นกระบี่กระบองในงานสมโภชใดเป็นครั้งแรก

ก.       ทอดกฐิน

ข.       งานโกนจุก

ค.       งานบวชนาค

ง.        ทอดผ้าป่า

 

ขอบคุณที่มาบทความ

http://www.wt.ac.th/~phonthong/kabee08.html

การถวายบังคม
เป็นการเคารพครูบาอาจารย์กระบี่กระบอง ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณีมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะถือว่า การเคารพครูเป็นสิริมงคล และทำให้ปลอดภัยจากการเล่น
หรือการแสดงในครั้งนั้น ๆ ด้วย

ท่าถวายบังคม (สำหรับพรหมนั่ง)

 
           1                  2                      3
  • นั่งคุกเข่า ให้เข่าห่างกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ นั่งบนส้นเท้า ตัวตรง แขนอยู่ข้างลำตัววางกระบี่ไว้ข้างซ้ายมือ โกร่งกระบี่อยู่ระดับ เข่าปลายกระบี่ชี้ไปข้างหลัง
  • พนมมือไว้ระหว่างอก
  • ยกมือขึ้นไหว้ ก้มศีรษะลง ให้นิ้วหัวแม่มือแตะระหว่างคิ้ว

 
        4                            5                    6
  • ก้มตัวลดมือลง จีบมือทั้งสองข้างแล้ววาดออกคล้ายเขียนวงกลม
  • มือทั้งสองบรรจบกัน พนมมือ 
  • ดึงมือเข้าหาลำตัวระดับอก ก้มศีรษะ
  • ค่อย ๆเหยียดมือทั้งสองไปข้างหน้าโดยแยกฝ่ามือออกหันฝ่ามือลง
    สู่พื้นให้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างชิดกัน
  • ยกมือขึ้นพร้อมกับเหยียดตัวเงยหน้า ให้นิ้วหัวแม่มือมาจดระหว่าคิ้ว
  • กลับมาสู่ท่าเริ่มโดยเหยียดแขนขึ้นและวาดลงเข้าสู่การพนมมือระดับ
    อกเหมือนเดิม และเริ่มถวายบังคมในครั้งที่สองต่อไป 
  • ทำครบสามจบให้อยู่ในท่าพนมมือที่หน้าอก เป็นการเสร็จสิ้นการ ถวายบังคม

          7                       8                              9



การขึ้นพรหม
การขึ้นพรหม เป็นขนบธรรมเนียมอีอย่างหนึ่งของกระบี่กระบอง เพื่อให้มีคุณธรรมประจำใจคือ พรหมวิหารสี่ อันเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ เป็นธรรมะที่ขจัดความพาล
ไม่นำเอาวิชากระบี่กระบองไปใช้ในทางที่ผิด เป็นผู้ที่เปี่ยมด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ด้วยเหตุที่พรหมมี 4 หน้า หน้าหนึ่ง ๆ หมายถึงคุณธรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้น
การขึ้นพรหมต้องรำให้ครบ 4 ทิศ และในการขึ้นพรหมของกระบี่กระบองนั้นมี 2 อย่างคือ
1. การขึ้นพรหมนั่ง
2. การขึ้นพรหมยืน


การขึ้นพรหมนั่ง


        1                         2                        3
  • จากท่านั่งเมื่อถวายบังคมเสร็จแล้ว
  • หันหน้าไปทางซ้ายก้มตัวลงไหว้กระบี่
  • เอามือขวาจับกระบี่ มือซ้ายจีบไว้ที่หน้าอก
  • ยกกระบี่ขนานพื้น ข้ามศีรษะทางขวา
  • กระบี่อยู่ทางขวา ขนานพื้น โกร่งกระบี่หันออกนอกลำตัว หงายมือ ข้อศอกงอเป็นมุมฉากชิดลำตัว ตั้งเท้าขวาไว้ข้างหน้า นั่งบนส้นเท้าซ้าย
  • ชักเท้าขวามานั่งคุกเข่า ตั้งเท้าซ้ายไว้ข้างหน้า นั่งบนส้นเท้าขวา


        4                                5                         6


           7                                8                           9
  • โล้ตัวไปข้างหน้าโดยวางเข่าซ้ายลง ยกเท้าขวาขึ้น แล้วมือซ้ายรำหน้า 
    ระดับหน้าผาก
  • หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา โดยยกเข่าทั้งสองขึ้น พร้อมกับวาดกระบี่
    ไปทางซ้าย กระบี่ขนานพื้น
  • วางเข่าซ้ายลง นั่งบนส้นเท้าซ้าย ตั้งเข่าขวาขึ้น กระบี่แนบลำตัวทาง
    ซ้ายมือซ้ายจีบอยู่ที่หน้าอก
  • มือซ้ายรำข้างระดับใบหู โดยให้แขนงอโค้งเล็กน้อย 
  • วาดกระบี่ขนานพื้นไปทางขวา มือซ้ายจีบที่หน้าอก
  • ในขณะที่วาดกระบี่มาทางขวาสุดแล้วให้ดึงเข่าขวาวางบนพื้นและ
    ตั้งเข่าซ้ายขึ้น


          10                      11            12


           13                                14                         15
  • โล้ตัวไปข้างหน้าวางเข่าซ้ายลง ยกเท้าขวาขึ้น มือซ้ายรำหน้า
  • หมุนตัวไปทางขวา ดึงมือซ้ายมาจีบไว้ที่อก วาดกระบี่ไปอยู่ทางซ้าย 
    ชิดลำตัวตั้งเข่าขวาบิดเข่าซ้ายไปทางขวาวางเข่าซ้ายลงนั่งบนส้น
    เท้าซ้าย
  • มือซ้ายรำข้าง
  • ดึงมือซ้ายมาจีบไว้ที่อก วาดกระบี่ไปทางขวากระบี่ขนานพื้น ดึงเข่า 
    ขวาวางไว้ที่พื้น ตั้งเข่าซ้ายขึ้น
  • โล้ตัวไปข้างหน้า วางเข่าซ้ายลงบนพื้น ยกเท้าขวาขึ้น แล้วรำหน้า
  • หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา มือซ้ายจีบไว้ที่อก วาดกระบี่ไปทางซ้าย
    กระบี่ชิดลำตัว ลุกขึ้นยืนด้วยเท้าซ้าย ยกเข่าขวาขึ้นให้ขาขวารองรับ 
    ศอกขวา


                          16                   17               18

         19                          20                   21                            
  • มือซ้ายรำข้าง วาดกระบี่ไปข้างหน้าสองรอบ มือซ้ายจีบเข้าอก
  • วางเท้าขวาเฉียงไปทางขวา โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง 
    กระบี่อยู่ทางขวา อยู่ในท่าคุมรำ


การขึ้นพรหมยืน
ในท่าถวายบังคม วางกระบี่ให้ชี้ปลายไปข้างหน้า ห่างจากเข่า 1 คืบ

          1                                 2                  3
  • จากท่านั่ง เมื่อถวายบังคมเสร็จแล้ว ก้มตัวลงข้างหน้า ไหว้กระบี่
  • มือขวาจับกระบี่ทัดหูให้โกร่งกระบี่อยู่ข้างบนปลายกระบี่ชี้ไปข้างหน้า
    มือซ้ายจีบอกพร้อมทั้งตั้งเข่าซ้าย
  • จ้วงกระบี่ลงทางซ้ายพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยเท้าซ้าย หันตัวไปทางขวา 
    หนึ่งมุมฉาก ยกเข่าขวาขึ้นรับศอกขวา กระบี่เฉียงออก 45 องศา
  • มือซ้ายรำข้างแล้วจีบไว้ที่อก วางเท้าขวาลง
  • ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า 1 ก้าว กระบี่ทัดหู โล้ตัวไปข้างหน้า
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • วางเท้าซ้ายลง จ้วงกระบี่ลงทางซ้าย ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว 
    พลิกระบี่ไปอยู่ข้างหน้า โกร่งกระบี่หันเข้าหาตัว กระบี่เฉียง 45 องศา

          4              5                      6                      7

          8                9                     10               11
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น 
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อก
  • วางเท้าขวาลงหมุนตัวกลับหลังหันทางซ้าย กระบี่ทัดหู
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย
  • ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • จ้วงกระบี่ลงทางซ้าย วางเท้าซ้ายลง แล้วก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าอีก
    1 ก้าวพร้อมกับพลิกกระบี่ไปข้างหน้าเฉียง 45 องศา โกร่งกระบี่หัน
    เข้าหาตัว เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
  • มือซ้ายรำข้าง
  • วางเท้าขวาข้างเท้าซ้าย หมุนตัวไปทางซ้าย ยกกระบี่ขึ้นทัดหู โกร่ง 
    กระบี่หันขึ้นข้างบน มือซ้ายจีบที่อก โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอเข่า
    ขวาตึง


     12            13          14                     15 

16                    17             18         19             20
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • จ้วงกระบี่ลงข้างซ้าย วางเท้าซ้ายลง ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว 
    พลิกกระบี่ให้เฉียงขึ้นไปข้างหน้า 45 องศา หันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว 
    เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อก
  • วางเท้าขวาลงข้างหน้า แล้วหมุนตัวกลับหลังหันทางซ้ายยกกระบี่ขึ้น
    ทัดหู โกร่งกระบี่อยู่ข้างบน โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอ เข่าขวาตึง
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • จ้วงกระบี่ลงข้างซ้าย วางเท้าซ้ายลง ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า 1 ก้าว 
    พลิกกระบี่ให้เฉียงขึ้นไปข้างหน้า 45 องศา หันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว 
    เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อกวางเท้าขวาลงข้างหน้า แล้วหมุนตัว
    กลับหลังหันทางซ้ายยกกระบี่ขึ้นทัดหู โกร่งกระบี่อยู่ข้างบนโล้ตัว 
    ไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอ เข่าขวาตึง



       21             22                23                         24

         25                                              26
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่หน้าอก
  • ควงกระบี่สองรอบ 
  • วางเท้าขวาเฉียงไปทางขวา กระบี่อยู่ข้างขวา แขนขวาชิดลำตัว 
    ศอกเป็นมุมฉาก กระบี่ขนานพื้น โล้ตัวไปข้างหน้าอยู่ในท่าคุมรำ


ไม้รำที่ 1 ลอยชาย (เดินสลับฟันปลา)


ท่าคุมรำ

  • มือซ้ายจีบที่หน้าอก ก้าวเท้าขวาเฉียงไปทางขวา โล้ตัวไปข้างหน้า 
    เข่าขวางอ เข่าซ้ายตึง กระบี่อยู่ทางขวา ขนานพื้น หงายมือ โกร่ง
    กระบี่อยู่ด้านนอก แขนท่อนบนอยู่ชิดลำตัว ข้อศอกงอเป็นมุมฉาก 
  • ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางขวา โล้ตัวไปข้างหน้า เข่าซ้ายงอ เข่าขวาตึง
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น เข่าซ้ายงอเป็นมุมฉาก ขาท่อน 
    บนขนานพื้น เข่าขวาตึง
  • มือซ้ายรำหน้า แล้วจีบไว้ที่หน้าอก
  • หมุนตัวต่อไปทางซ้าย 1 มุมฉาก วางเท้าซ้ายลงวาดกระบี่ขนานพื้น
    ไปทางซ้ายไว้ข้างเอว โกร่งกระบี่อยู่ด้านนอก ก้าวเท้าขวาไปอีก 1 ก้าว
    โล้ตัวไปข้างหน้า
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วกลับมาจีบไว้ที่หน้าอก 
  • หมุนตัวไปทางขวา 1 มุมฉากวาดกระบี่ขนานพื้นไปทางขวา วางเท้า 
    ขวาลง พลิกข้อมือหงาย อยู่ในท่าคุมรำ



ไม้รำที่ 2 ควงทัดหู ( เดินสลับฟันปลา )
  • จากท่าคุมรำ
  • ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปข้างขวา 1 ก้าว ควงกระบี่ไปข้างหน้าสองรอบ 
    พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นทัดหู
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • หมุนตัวไปทางซ้าย 1 มุมฉากพร้อมกับจ้วงกระบี่ลงทางซ้าย วางเท้า
    ซ้ายลงแล้วก้าวเท้าขวาไปอีก 1 ก้าว พลิกกระบี่ไปอยู่ข้างหน้าลำตัว 
    กระบี่ เฉียงออก 45 องศา โกร่งกระบี่หันเข้าหาลำตัว
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวาแล้วยกเท้าขวาขึ้น
  • มือซ้ายรำข้าง
  • หมุนตัวกลับไปทางขวา 1 มุมฉาก มือซ้ายจีบไว้ที่อก วางเท้าขวาลง 
    กลับมาอยู่ในท่าคุมรำ


ไม้รำที่ 3 เหน็บข้าง ( เดินตรง )

ท่าคุมรำ
  • ก้าวเท้าซ้ายตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว โล้ตัวไปข้างหน้า
1
23
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • มือซ้ายรำหน้า
  • วางเท้าซ้ายลง มือซ้ายมาจีบไว้ที่อก หมุนตัวกลับหลังทางขวา
  • หมุนข้อมือ บิดไปทางขวา ให้โกร่งกระบี่อยู่นอกกระบี่เฉียงลง 45 
    องศา แขนขวาชิดข้างหู งอแขนเล็กน้อย หน้าก้ม โล้ตัวไปข้างหน้า
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
45-6
78
  • หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา ขณะที่ยกเท้าขวาอยู่โดยใช้เท้าซ้ายเป็น
    หลัก วางเท้าขวาลง
  • ลดกระบี่ลงอยู่ข้างเอวทางซ้าย ฝ่ามือซ้ายทาบกระบี่ โกร่งกระบี่หัน ลงสู่พื้น ปลายกระบี่ชี้ลง โล้ตัวไปข้างหน้า
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
  • วางเท้าขวาลง วาดกระบี่ขนานพื้นไปทางขวา มือซ้ายจีบไว้ที่อก 
    อยู่ในท่าคุมรำ
910


ไม้รำที่ 4 ตั้งศอก ( เดินสลับฟันปลา )
  • ท่าคุมรำ
  • ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางขวา 45 องศา พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นทัดหู 
    โกร่งกระบี่อยู่ข้างบน โล้ตัวไปข้างหน้า

 1                            2

          3                                   4
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • ยกมือซ้ายมาตั้งศอกที่เข่าซ้าย ปลายนิ้วแตะกระบี่หันฝ่ามือไปทางขวา
  • หมุนตัวไปทางซ้าย วางเท้าซ้ายลง มือซ้ายจีบที่หน้าอก และลดกระบี่ 
    มาอยู่ข้างหน้าเฉียงขึ้น 45 องศา พลิกข้อมือ หันโกร่งกระบี่เข้าหาตัว 
    ก้าวเท้าขวาไปข้าหน้าเฉียงไปทางซ้ายอีก 1 ก้าวโล้ตัวไปข้างหน้า
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าซ้ายขึ้น

      5                                        6

           7                                                  8
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่หน้าอก
  • หมุนตัวไปทางขวา 1 มุมฉาก วางเท้าขวาลง วาดกระบี่ไปทางขวา 
    กลับไปอยู่ในท่าคุมรำ


ไม้รำที่ 5 จ้วงหน้าจ้วงหลัง ( เดินตรง )
  • ท่าคุมรำ
  • ควงกระบี่ไปข้างหน้าสองรอบพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายเดินตรงไปข้าง
    หน้า ยกกระบี่ขึ้นทัดหู โกร่งกระบี่อยู่ข้างบน โล้ตัวไปข้างหน้า

1                            2

         3                                4
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • จ้วงกระบี่ลงทางซ้าย วางเท้าซ้ายลง
  • ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าอีก 1 ก้าว พลิกข้อมือให้กระบี่เฉียงอยู่ข้างหน้า 45 องศา หันโกร่งกระบี่เข้าหาตัวไปข้างหน้า
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วจีบไว้ที่อก

         5                                 6                               7                                    


                     8                                9
  • วางเท้าขวาลงข้างหน้า หมุนตัวกลับหลังหันทางซ้าย ยกกระบี่ขึ้นทัดหู
    โล้ตัวไปข้างหน้า 
  • ลากเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • จ้วงกระบี่ลงทางซ้าย ถอยเท้าซ้ายวางไว้หลังเท้าขวา
  • พลิกข้อมือให้กระบี่อยู่ข้างหน้าเฉียง45 องศา หันโกร่งกระบี่เข้าหา ลำตัว โล้หน้า
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น

                10                      11                    12

            13                            14                           15
  • มือซ้ายรำข้าง แล้วกลับมาจีบไว้ที่หน้าอก
  • วางเท้าขวาลงข้างหน้า
  • หมุนตัวกลับหลังหันทางซ้าย ยกกระบี่ขึ้นทัดหูโล้ตัวไปข้างหน้า
  • ก้าวเท้าขวาเฉียงไปข้างหน้า 1 ก้าว กลับมาสู่ท่า คุมรำ

                        16 


ไม้รำที่ 6 ปกหน้าปกหลัง หรือควงป้องหน้า ( เดินตรง )
  • ท่าคุมรำ
  • ควงกระบี่สองรอบพร้อมกับก้าวเท้าซ้ายเดินตรงไปข้างหน้า 1 ก้าว 
    พลิกข้อมือขวาให้ปลายกระบี่ชี้เฉียงลงไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา
    โกร่งกระบี่หันออก แขนขวาชิดหู โล้ตัวไปข้างหน้า

1                         2

               3                                         4
  • มือซ้ายรำออกไปข้างหน้า แขนงอเล็กน้อย หน้าก้มให้มือซ้ายรำอยู่ ใต้โกร่งกระบี่
  • ลาดเท้าขวาชิดเท้าซ้าย ยกเท้าซ้ายขึ้น
  • วางเท้าซ้ายลง มือซ้ายจีบไว้ที่อก หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา พร้อม 
    กับควงกระบี่สองรอบ 
  • พลิกข้อมือขวาให้ปลายกระบี่ชี้เฉียงลงไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา
    โกร่งกระบี่หันออก แขนขวาชิดหู โล้ตัวไปข้างหน้า

5                                    6

                  7                                    8
  • มือซ้ายรำออกไปข้างหน้า ให้มือซ้ายรำอยู่ใต้โกร่งกระบี่ แขนงอเล็ก
    น้อยหน้าก้ม
  • ลากเท้าซ้ายชิดเท้าขวา ยกเท้าขวาขึ้น

        9                     10                                                          11
  • หมุนตัวกลับหลังหันทางขวา ยกกระบี่ไปข้างหน้าทางขวามือซ้าย 
    จีบไว้ที่หน้าอก
  • วางเท้าขวาลง 
  • กลับเข้าสู่ท่าคุมรำ


ขอบคุณที่มาบทความ

http://www.wt.ac.th/~phonthong/kabee08.html

ไม้ตีที่ 1

ท่าคุมตีลูกไม้
  • ท่าคุมตีลูกไม้เป็นท่ายืนเตรียมพร้อมก่อนที่จะฝึกหัดตีลูกไม้โดยยืน เท้าชิด หันหน้าเข้าหากัน มือจับกระบี่อยู่ทางขวา ปลายกระบี่พิงอยู่ 
    ที่ไหล่ขวา แขนเหยียดตึง โกร่งกระบี่อยู่ข้างหน้า แขนซ้ายอยู่ข้าง
    ลำตัว

จากท่าคุมตีลูกไม้ จังหวะที่ 1
ฝ่ายรับฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตีลงทางไหล่ซ้าย 
    ของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นป้องระดับหู มือกำหลวม ๆ
  • ฝ่ายรับถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับทางไหล่ซ้าย ให้ปลาย 
    กระบี่เฉียงเข้าหาลำตัว มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลังทางซ้าย

จังหวะที่ 2
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลงป้องอยู่ข้างหน้าลำตัว
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวาเพื่อรับ
    การตีของฝ่ายรุก ให้ปลายกระบี่เฉียงเข้าหาตัวพร้อมกับลดแขนซ้าย
    ลงป้องกันอยู่ข้างหน้า
ฝ่ายรับฝ่ายรุก

ไม้ตีที่ 2
จากท่าคุมตีลูกไม้ จังหวะที่ 1
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตีลงทางไหล่ซ้าย 
    ของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นป้องระดับหู มือกำหลวม ๆ
  • ฝ่ายรับถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับทางไหล่ซ้ายให้ปลายกระบี่
    เฉียงเข้าหาลำตัว มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลังทางซ้าย

จังหวะที่ 2
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตี ลงทางด้านไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลงป้องอยู่ข้างหน้าลำตัว
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวา เพื่อรับการตีของฝ่ายรุกให้ปลายกระบี่เฉียงเข้าหาตัวพร้อมกับ 
    ลดแขนซ้ายลงป้องกันอยู่ข้างหน้า

จังหวะที่ 3
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ขาซ้ายของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้น
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง พร้อมกับลดปลายกระบี่ลงไปรับการตี
    ของฝ่ายรุกทางซ้าย มือซ้ายยกขึ้น

จังหวะที่ 4
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าซ้ายเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับยกกระบี่ตวัดไปตีลง ทาง ขาขวาของฝ่ายรับ มือซ้ายลดลง
  • ฝ่ายรับถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พร้อมกับพลิกกระบี่กลับไปรับทางขวา
    มือซ้ายลดลง

ไม้ตีที่ 3
 
จากท่าคุมตีลูกไม้ จังหวะที่ 1
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตีลงทางไหล่ 
    ซ้ายของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นป้องระดับหู มือกำหลวม ๆ
  • ฝ่ายรับถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับทางไหล่ซ้าย ให้ปลาย 
    กระบี่เฉียงเข้าหาลำตัว มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลังทางซ้าย

จังหวะที่ 2
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลงป้องอยู่ข้างหน้าลำตัว
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวาเพื่อรับ
    การตีของฝ่ายรุก ให้ปลายกระบี่เฉียงเข้าหาตัวพร้อมกับลดแขนซ้าย 
    ลงป้องกันอยู่ข้างหน้า
ฝ่ายรุก

จังหวะที่ 3
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรับ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ขาซ้ายของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้น
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง พร้อมกับลดปลายกระบี่ลงไปรับการตี 
    ของฝ่ายรุกทางซ้าย มือซ้ายยกขึ้น

จังหวะที่ 4
  • ฝ่ายรุก ยกเท้าขวาเหวี่ยงขึ้นไปทางซ้าย หมุนตัวไปทางซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ตวัดไปตีลงทางขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลง
  • ฝ่ายรับ ยกเท้าขวาเหวี่ยงขึ้นไปทางซ้าย หมุนตัวไปทางซ้าย พร้อมกับพลิกกระบี่ไปรับการตีของฝ่ายรุก มือซ้ายลดลง
ฝ่ายรุก

ไม้ตีที่ 4

จากท่าคุมตีลูกไม้ จังหวะที่ 1
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตีลงทางไหล่ 
    ซ้ายของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นป้องระดับหู มือกำหลวม ๆ
  • ฝ่ายรับถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับทางไหล่ซ้าย ให้ปลาย 
    กระบี่เฉียงเข้าหาลำตัว มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลังทางซ้าย
จังหวะที่ 2
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลงป้องอยู่ข้างหน้าลำตัว
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวา เพื่อ
    รับการตีของฝ่ายรุก ให้ปลายกระบี่เฉียงเข้าหาตัวพร้อมกับลดแขน 
    ซ้ายลงป้องกันอยู่ข้างหน้า

จังหวะที่ 3
 
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบี่กลับไปตีตัดลำตัว 
    ทางซ้ายของคู่ต่อสู้ มือซ้ายกำหลวม ๆยกขึ้นข้างหลัง
  • ฝ่ายรับ ลดกระบี่ลงมารับทางซ้ายของลำตัว มือซ้ายจับส่วนปลายของ 
    กระบี่ หันฝ่ามือออกข้างนอก กระบี่ตั้งตรงและถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง

จังหวะที่ 4
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบี่กลับไปตีตัดลำตัว ทางขวาของคู่ต่อสู้ 
  • ฝ่ายรับพลิกกระบี่ ไปรับทางขวา มือขวาอยู่บน พร้อมกับถอยเท้าขวา 
    ไปข้างหลัง

ไม้ตีที่ 5

จากท่าคุมตีลูกไม้ จังหวะที่ 1
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตีลงทางไหล่
    ซ้ายของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นป้องระดับหู มือกำหลวม ๆ
  • ฝ่ายรับถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับทางไหล่ซ้าย ให้ปลาย
    กระบี่เฉียงเข้าหาลำตัว มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลังทางซ้าย

จังหวะที่ 2
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลงป้องอยู่ข้างหน้าลำตัว
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวา เพื่อ
    รับการตีของฝ่ายรุก ให้ปลายกระบี่เฉียงเข้าหาตัวพร้อมกับลดแขน
    ซ้ายลงป้องกันอยู่ข้างหน้า
ฝ่ายรุก
จังหวะที่ 3
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบี่กลับไปตีตัดลำตัว 
    ทางซ้ายของคู่ต่อสู้ มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลัง
  • ฝ่ายรับ ลดกระบี่ลงมารับทางซ้ายของลำตัว มือซ้ายจับส่วนปลายของ 
    กระบี่ หันฝ่ามือออกข้างนอก กระบี่ตั้งตรงและถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง

จังหวะที่ 4
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบี่กลับไปตีตัดลำตัว
    ทางขวาของคู่ต่อสู้ 
  • ฝ่ายรับพลิกกระบี่ ไปรับทางขวา มือขวาอยู่บน พร้อมกับถอยเท้าขวา
    ไปข้างหลัง
ฝ่ายรุก

จังหวะที่ 5
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ตีลงตรงศีรษะของ 
    ฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นด้านหลัง
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับเหนือศีรษะ 
    มือซ้ายจับด้านปลายกระบี่ ให้กระบี่ขนานพื้น

ไม้ตีที่ 6

จากท่าคุมตีลูกไม้ จังหวะที่ 1
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นตีลงทางไหล่ซ้าย 
    ของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นป้องระดับหู มือกำหลวม ๆ
  • ฝ่ายรับถอยเท้าซ้าย พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับทางไหล่ซ้ายให้ปลายกระบี่
    เฉียงเข้าหาลำตัว มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลังทางซ้าย

จังหวะที่ 2
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้ พร้อมกับตวัดกระบี่ไปตีลงทางด้าน 
    ไหล่ขวาของคู่ต่อสู้ มือซ้ายลดลงป้องอยู่ข้างหน้าลำตัว
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง พลิกกระบี่หมุนกลับไปทางขวาเพื่อรับ
    การตีของฝ่ายรุก ให้ปลายกระบี่เฉียงเข้าหาตัวพร้อมกับลดแขนซ้ายลง 
    ป้องกันอยู่ข้างหน้า
ฝ่ายรุก
จังหวะที่ 3
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบี่กลับไปตีตัดลำตัว 
    ทางซ้ายของคู่ต่อสู้ มือซ้ายกำหลวม ๆ ยกขึ้นข้างหลัง
  • ฝ่ายรับ ลดกระบี่ลงมารับทางซ้ายของลำตัว มือซ้ายจับส่วนปลายของ 
    กระบี่ หันฝ่ามือออกข้างนอก กระบี่ตั้งตรงและถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง

จังหวะที่ 4
  • ฝ่ายรุกก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับตวัดกระบี่กลับไปตีตัดลำตัว 
    ทางขวาของคู่ต่อสู้ 
  • ฝ่ายรับพลิกกระบี่ ไปรับทางขวา มือขวาอยู่บนพร้อมกับถอยเท้าขวา 
    ไปข้างหลัง
ฝ่ายรุก

จังหวะที่ 5
ฝ่ายรุก
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกกระบี่ตีลงตรงศีรษะของฝ่ายรับ มือซ้ายยกขึ้นข้างหลัง
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลัง พร้อมกับยกกระบี่ขึ้นรับเหนือศีรษะ มือซ้ายจับด้านปลายกระบี่ ให้กระบี่ขนานพื้น

จังหวะที่ 6
  • ฝ่ายรุก ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับยกโกร่งกระบี่ขึ้น ให้ปลาย 
    กระบี่ชี้ไปข้างหลัง ใช้โคนกระบี่กระแทกลงไปที่หน้าของฝ่ายรับมือ 
    ซ้ายลดลง
  • ฝ่ายรับ ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง ยกกระบี่ขึ้นเหมือนจังหวะที่ 5 ใช้ตัว
    กระบี่รับโคนกระบี่ของฝ่ายรุก แล้วดันขึ้น
ฝ่ายรุก



การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

รายการที่ 1 วิ่ง 50 เมตร
เมื่อให้สัญญาณเข้าที่ ให้นักเรียนยืนให้ปลายเท้าข้างหนึ่งอยู่ชิดเส้นเริ่ม เมื่อได้ยินสัญญาณ ปล่อยตัว ให้วิ่งด้วยความเร็วเต็มที่จนผ่านเส้นชัย

รายการที่ 2 วิ่งเก็บของ
วางไม้ทั้งสองท่อนกลางวงกลมที่อยู่ตรงข้ามกับเส้นเริ่ม นักเรียนยืนให้ปลายเท้าข้างหนึ่งอยู่ชิดเส้นเริ่ม เมื่อได้รับคำสั่งว่า ไป ให้นักเรียนวิ่งไปหยิบท่อนไม้
ท่อนหนึ่ง มาวางที่วงกลมหลังเส้นเริ่ม แล้วกลับตัววิ่งไปหยิบท่อนไม้อีกท่อนหนึ่งมาวางไว้เช่นเดียวกับท่อนแรกแล้ววิ่งเลยไป ห้ามโยนท่อนไม้ หากวางไม่เข้า
ในวงกลม ให้เริ่มใหม่

รายการที่ 3 ยืนกระโดดไกล
นักเรียนยืนที่เส้นเริ่มให้ปลายเท้าทั้งสองอยู่ชิดเส้นเริ่ม เหวี่ยงแขนทั้งสองไปข้างหลังพร้อมกับย่อเข่าและก้มตัว เมื่อได้จังหวะให้เหวี่ยงแขนไปข้างอย่างแรง
พร้อมกับ กระโดดด้วยเท้าทั้งสองข้างไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด ใช้ไม้วัดทาบตั้งฉากกับขีดบอกระยะ หากมีการเสียหลักหงายหลังหรือมือแตะพื้นให้ทำใหม่

รายการที่ 4 แรงบีบมือ
นักเรียนใช้มือข้างที่ถนัดจับเครื่องวัดแรงบีบมือโดยให้นิ้วข้อที่ 2 รับน้ำหนักของเครื่องวัด ยืนปล่อยแขนข้างลำตัว ห่างลำตัวเล็กน้อย แขนตึงกำมือบีบเครื่องวัด 
สุดแรงโดยไม่ให้เครื่องวัดถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ห้ามโถมตัวหรือเหวี่ยงเครื่องมือ

รายการที่ 5 ลุกนั่ง
จัดนักเรียนเป็นคู่ ให้นักเรียนคนแรกนอนหงายบนเบาะยืดหยุ่น เข่างอเป็นมุมฉาก ปลายเท้าแยกห่างกัน ประสานมือที่ท้ายทอย นักเรียนคนที่สองคุกเข่าที่ปลายเท้า 
คนแรก มือทั้งสองกำและกดข้อเท้านักเรียนคนแรกไว้ให้เท้าติดพื้น เมื่อได้รับสัญญาณเริ่มพร้อมกับจับเวลา นักเรียนลุกขึ้นนั่งให้ข้อศอกแตะเข่าตนเองแล้วกลับลุก 
ขึ้นนั่งใหม่ ทำเช่นนี้ติดต่อไปอย่างรวดเร็วจนครบ 30 วินาที จากนั้นจึงสลับกันปฏิบัติเช่นเดียวกัน

จากนั้นจึงบันทึกข้อมูลทุกรายการไว้เพื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบครั้งต่อไป


ขอบคุณที่มาบทความ

http://www.wt.ac.th/~phonthong/kabee.html


คำสั่ง  ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1.การเล่นกระบี่กระบองช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายด้านใดมากที่สุด

ก.       ความแข็งแรง

ข.       ความเร็ว

ค.       กำลัง

ง.        ความแคล่วคล่องว่องไว

2. กระบี่เป็นอาวุธที่สำคัญของการใดของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ

ก.         ทหาร

ข.         ตำรวจ

ค.         นักกีฬา

ง.          นักล่าสัตว์

  1. การเล่นกระบี่จะช่วยฝึกน้ำใจได้ดีเลิศอย่างไร

ข.         ทำให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

ค.         ทำให้มีความกล้าหาญ

ง.          ทำให้มีความอดทน

จ.         ทำให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง

3. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมกระบี่ในสมัยโบราณ

ก.         ทำการรบได้ทุกโอกาส

ข.         มีน้ำใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว

ค.         ป้องกันอันตราย

ง.          บำรุงร่างกายให้แข็งแกร่ง

 4. การเล่นกระบี่กระบองแบบจำลองในสมัยโบราณมีวัตถุประสงค์อย่างไร

ก.         เพื่อหาผู้ที่มีความสามารถ

ข.         เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ค.         เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

ง.          เพื่อฝึกซ้อมและเตรียมตัวในยามสงบ

5. การเล่นกระบี่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร

ก.         ช่วยสืบทอดมรดกอันสำคัญประจำชาติ

ข.         ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

ค.         ช่วยอนุรักษ์ศิลปะประจำชาติ

ง.          ช่วยรักษาวัฒนธรรมอันดี

6. การเรียนกระบี่สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ก.         ทำให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

ข.         ทำให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง

ค.         การต่อสู้ในสงคราม

ง.          ทำให้สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี

7. การท่าคุมรำ มือซ้ายจีบอยู่ระดับส่วนใด

ก.         คิ้ว                         

ข.         อก         

ค.         สะดือ

ง.          ไหล่

 8. กระบี่กระบองเป็นที่นิยมแพร่หลายของประชาชนในรัชกาลใดมากที่สุด

ก.        รัชกาลที่ 2

ข.        รัชกาลที่ 5

ค.        รัชกาลที่ 4

ง.         รัชกาลที่ 3

 9.กระบี่กระบองเป็นที่นิยมแพร่หลายของประชาชนในรัชกาลใดมากที่สุด

ก.        รัชกาลที่ 2

ข.        รัชกาลที่ 5

ค.        รัชกาลที่ 4

ง.         รัชกาลที่ 3

 10. การฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมกระบี่ในสมัยโบราณเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดุจอะไร

ก.         กระดูกเป็นเหล็ก ใจเป็นทองแดง หนังเป็นเพชร

ข.         กระดูกเป็นเพชร ใจเป็นเหล็ก หนังเป็นทองแดง

ค.         กระดูกเป็นทองแดง ใจเป็นเพชร หนังเป็นเหล็ก

ง.          กระดูกเป็นเหล็ก ใจเป็นเพชร หนังเป็นทองแดง

 

ความคิดเห็น

  1. 61
    เด็กหญิง สิริรักษ์ บุราญเดช

    ดีมากค่ะ สนุกด้วย มีสาระมากมายเลยค่ะ

  2. 62
    สันติ
    สันติ santi_tiwe12@hotmail.com 21/05/2013 16:32

    ได้ความรู้ดีๆๆ

  3. 63
    Abidah M.2/17 T.V.M.
    Abidah M.2/17 T.V.M. 10/05/2013 16:54

    ขอบคุนม้ากกค่ะ

  4. 64
    Natchanon
    Natchanon nutza333saku@hotmail.com 15/11/2012 11:53

    ขอบคุณครับ....


     

  5. 65
    ประกายกาญจน์  พาจันทร์
    ประกายกาญจน์ พาจันทร์ eong_1998@hotmail.co.th 01/10/2012 10:19

    ได้ความรู้มากค่ะ    ด.ญประกายกาญจน์  พาจันทร์  ม.2/3  เลขที่ 21

  6. 66
    วริษา   ใหม่คามิ

    ได้ความรู่มากมายเลยค่ะจากเรื่องนี้

  7. 67
    โยษิตา   ใหม่คามิ
    โยษิตา ใหม่คามิ praw306@hotmail.com 22/09/2012 14:14

    ได้ความรู้มากมายเลยค่ะ


    โยษิตา  ใหม่คามิ   เลขที่ 20  ชั้นม.2/2

  8. 68
    โยษิตา   ใหม่คามิ
    โยษิตา ใหม่คามิ praw306@hotmail.com 22/09/2012 14:06

    ได้ความรู้มากมายเลยค่ะ


  9. 69
    อมรัตน์  มีชื่อ

    ขอขอบคุุุุุุุุุณอาจาร์ยที่บอกความรู้ดีๆให้พวกหนูนะค่ะ


    เด็กหญิง อมรัตน์   มีชื่อ  ม.2/2   เลขที่28

  10. 70
    ประภัสสร  พรมศิลป์

    ได้รู้จักท่ารำต่างๆ


    เด็กหญิง ประภัสสร  พรมศิลป์  2/2

[Back]   1  2  3  4  5  6 7  8  9  10  11 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view